Mountain, Travel

ดอยสวนยาหลวง

ดอยสวนยาหลวง

ดอยสวนยาหลวง ตั้งอยู่ที่บ้านสันเจริญ อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน อยู่ภายในการดูแลของหน่วยศึกษาการอนุรักษ์ต้นน้ำดอยกาด อำเภอปง จังหวัดพะเยา มีความสูงถึง 1600 เมตร จากระดับน้ำทะเล สามารถเดินทางขึ้นไปได้จากทั้งสองฝั่งจังหวัด ทั้ง อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน และ อำเภอปง จังหวัดพะเยา เนื่องจากมีพื้นที่ของดอยสวนยาหลวงนั้นเชื่อมต่อกัน โดยจะอยู่ห่างจากตัวเมืองน่านประมาณ 77 กิโลเมตร บนยอดดอยสวนหลวงยาเคยเป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นแหล่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย ด้วยพระบารมีของในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเป็นห่วงในเรื่องความเป็นอยู่ของราษฎรเลยทำให้เกิดการพัฒนาอาชีพเพื่อสร้างรายได้ รวมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ด้านต่างๆ จนทำให้ชาวบ้านเลิกปลูกฝิ่นและหันมาปลูกพืชเศรษฐกิจแทน อย่างเช่นพันธุ์เมล็ดกาแฟอาราบิก้า กระทั่งปัจจุบันกลายเป็นรายได้หลักของชาวบ้านและยังเป็นแหล่งปลูกกาแฟชื่อดังอีกแห่งหนึ่งของเมืองน่านอีกด้วย การเดินทางไปแหล่งปลูกกาแฟชื่อดังอย่างสวนหลวงยาไม่ใช่เรื่องง่ายมากนักเพราะจากตัวหมู่บ้านสันเจริญที่จะขึ้นไปบน สวนยาหลวง นั้น ต้องใช้รถ 4WD พาขึ้นไปเท่านั้น เพราะเส้นทางนั้นไม่ธรรมดา ยิ่งถ้าในช่วงฝนตก ก็ต้องพันโซ่ที่ล้อกันเพื่อให้ล้อรถไม่ลื่น เพราะด้วยความเป็นถนนลูกรัง ถนนค่อนข้างชันและคดเคี้ยวไปมา บางช่วงตกหลุมตกบ่อเรียกว่าบุกป่าฝ่าดงเลยทีเดียว การเดินทางจะใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงก็มาถึงบนยอดดอย เมื่อมาถึงยอดดอยแล้ว คุณจะได้พบกับภาพของทุ่งหญ้าสีเขียวที่มีทิวเขาล้อมรอบ และสันเขาที่เรียงตัวทอดยาวสวยงาม ในส่วนของที่พัก นักท่องเที่ยวจะได้เข้าพักที่โฮมสเตย์ของชาวบ้าน ท่ามกลางบรรยากาศของสวนกาแฟที่ล้อมไปด้วยภูเขา และแน่นอนว่าต้องได้ทานอาหารพื้นบ้านที่แสนอร่อย แถมยังมีลมเย็นๆ และดาวในยามค่ำคืนอีกด้วย สำหรับใครที่อยากนอนกางเต็นท์ สามารถกางได้เลย แต่แนะนำให้กางในศาลาที่อยู่บริเวณเนินเขาจะดีที่สุด เพราะลมจะไม่แรงมาก ที่สำคัญยังสามารถทำอาหารเองได้ด้วย จุดชมวิวดอยสวนยาหลวงเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวจะได้ชมความสวยงามของพระอาทิตย์ขึ้นแบบ 360 องศา…

อ่านต่อ

Mountain, Travel

นาข้าวขั้นบันได โครงการปิดทองหลังพระ

นาข้าวขั้นบันได โครงการปิดทองหลังพระ

นาข้าวขั้นบันได โครงการปิดทองหลังพระ ตั้งอยู่ใน ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน เป็นโครงการตามแนวพระราชดำริ ในการสืบสานแนวพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 และ พระราชินี โดยโครงจะเริ่มต้นด้วยการลดการใช้พื้นที่ป่า และหาวิธีปลูกข้าวแบบใหม่ๆ ขึ้นมาแทน นั่นก็คือการเอาวิธีการทำนาขั้นบันไดบนพื้นที่ภูเขามาแทนข้าวไร่ เพื่อแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน

Content, Culture, Travel

บ่อเกลือสินเธาว์ภูเขา

บ่อเกลือสินเธาว์ภูเขา

“บ่อเกลือ” เป็นอำเภอหนึ่งในจังหวัดน่าน อยู่ห่างจากตัวเมืองน่าน ประมาณ 80 กิโลเมตร มีชื่อเสียงด้านการผลิตเกลือภูเขาที่ไม่มีใครเหมือน เนื่องจากเป็นบ่อน้ำเกลือที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ท่ามกลางหุบเขาแห่งเดียวในโลก ซึ่งมีอายุเก่าแก่กว่า 800 ปี บ่อเกลือนี้มีมาตั้งแต่โบราณและถูกนำไปจำหน่ายยังกรุงสุโขทัย เชียงใหม่ เชียงตุง หลวงพระบาง รวมถึงสิบสองปันนา และจีนตอนใต้ เมื่อก่อนนี้จะมีบ่อเกลือหลายบ่อ แต่เดี๋ยวนี้ได้แห้งไปหมด เหลืออยู่เพียงสองบ่อเท่านั้นอยู่ที่บ้านบ่อหลวง ซึ่งในบริเวณนี้จะเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านต่าง ๆอีก 8 หมู่บ้าน บ้านบ่อหลวงมีบ่อเกลือสาธารณะอยู่ 2 บ่อ ชาวบ้านจะเรียกว่า บ่อเหนือ และบ่อใต้ บ่อเหนืออยู่ริมแม่น้ำมาง ส่วนบ่อใต้ห่างออกไปราว 500 เมตรติดเชิงเขาท้ายหมู่บ้าน ด้วยอำเภอบ่อเกลือ มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม โอบล้อมด้วย ขุนเขาเขียวขจี บ่อเกลือจึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดน่านที่รอคอยนักเดินทางเข้ามาสัมผัสกลิ่นไอของธรรมชาติและตำนานการทำเกลือบนที่สูง โดยการทำเกลือจะหยุดทำในช่วงเช้าพรรษาและจะทำ อีกครั้งในช่วงออกพรรษา ปัจจุบันชาวบ้านยังคงต้มเกลือด้วยวิธีแบบดั้งเดิม โดยจะตักน้ำเกลือจากบ่อส่งผ่านมาตามลำไม้ไผ่สู่บ่อพัก การทำเกลือของชาวบ้านบ่อเกลือ จะนำน้ำเกลือที่ตักจากบ่อมาต้มในกะทะประมาณ 4-5ชั่วโมง ให้น้ำเกลือระเหยแห้ง จากนั้นก็จะนำไม้พายมาตักเกลือใส่ตะกร้าที่แขวนไว้เหนือกะทะ เพื่อให้น้ำเกลือไหลลงมาในกะทะทำอย่างนี้ไปเรื่อย จนน้ำในกะทะแห้งหมดแล้วจึงตักน้ำเกลือจากบ่อมาใส่ลงไปใหม่ หลังจากนั้นใส่ถุงวางขายกันหน้าบ้าน เกลือเมืองน่าน ไม่มีไอโอดีนเหมือนเกลือทะเลจึงต้องมีการเติมสารไอโอดีนก่อนถึงมือผู้บริโภค การจะนำเกลือจากบ่อขึ้นมาต้มทำเกลือใช่ว่าจะกระทำกันได้ง่าย ๆ ชาวบ้านจะต้องทำพิธีเลี้ยงผีเมืองและเจ้ารักษาบ่อเกลือคือ เจ้าซางคำ กันก่อน โดยจะทำทุกปีในวันแรม…

อ่านต่อ

Mountain, Travel

อุทยานแห่งชาติขุนสถาน

อุทยานแห่งชาติขุนสถาน

อุทยานแห่งชาติขุนสถาน มีพื้นที่ครอบคลุมฝั่งขวาของแม่น้ำน่านตอนใต้ ในท้องที่ของอำเภอนาน้อยอำเภอนาหมื่น จังหวัดน่าน และรวมไปถึงอำเภอท่าปลาจังหวัดอุตรดิตถ์ ในปี 2541 ศูนย์อุทยานแห่งชาติจังหวัดน่านได้ส่งเอกสารถึงกรมป่าไม้โดยแจ้งว่าพบพื้นที่ป่าห้วยแม่คะนิ้ง ป่าน้ำสา ป่าสาคร และป่าฝั่งขวาของแม่น้ำน่านตอนใต้จำนวนมาก พวกเขาเชื่อว่าพื้นที่เหล่านี้สามารถพัฒนาและเปลี่ยนแปลงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ยอดเยี่ยมได้ และพื้นที่เหล่านั้นก็มีขนาดใหญ่มาก ดังนั้นจึงขอให้กรมป่าไม้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพื่อสำรวจและเริ่มการพัฒนา ลักษณะทางภูมิศาสตร์ ภูมิประเทศของอุทยานแห่งชาติขุนสถานเป็นภูเขาสลับซับซ้อนมีความสูงชัน ทอดตัวจากทิศเหนือสู่ทิศใต้ มีแนวสันเขาของดอยแปรเมืองเป็นแนวแบ่งเขตระหว่างจังหวัดแพร่และจังหวัดน่าน มีลำธารและลำห้วยไหลลงสู่แม่น้ำหลายสาย เช่น น้ำสา น้ำถา น้ำแหง น้ำแม่สาคร เป็นต้น ดอยที่สำคัญ เช่น ดอยกู่สถาน มีความสูง 1,630 เมตร ดอยแปรเมือง มีความสูง 1,395 เมตร ดอยขุนห้วยฮึก มีความสูง 1,233 เมตร ดอยแม่จอก มีความสูง 1,424 เมตร และดอยที่สูงที่สุดคือ ดอยภูคา สูง 1,728 เมตรจากระดับน้ำทะเล ลักษณะภูมิอากาศ ลักษณะภูมิอากาศของอุทยานแห่งชาติขุนสถานแบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือ ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ฤดูฝน เริ่มเดือนมิถุนายนถึงเดือนตุลาคม และฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ จากข้อมูลภูมิอากาศตั้งแต่ปี…

อ่านต่อ

Temple, Travel

วัดพระธาตุแช่แห้ง

วัดพระธาตุแช่แห้ง

วัดพระธาตุแช่แห้ง เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของชาวน่าน ตั้งอยู่ที่บ้านหนองเต่า ตำบลม่วงตึ๊ด กิ่งอำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน อยู่ห่างจากตัวเมืองไปราว 2กม. สันนิษฐานว่ามี อายุราว 600 ปี พญาการเมืองโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1891 เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ที่ได้มาจาก กรุงสุโขทัย องค์พระธาตุมีความสูง 55.5 เมตร ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 22.5 เมตร บุด้วยทองเหลืองหมดทั้งองค์ เป็นโบราณสถานที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของล้านนา ทุกปีจะมีงานนมัสการพระบรมธาตุแช่แห้ง ระหว่างวันขึ้น 11 ค่ำ ถึง 15 ค่ำเดือน 6 ซึ่งจะอยู่ราวปลายเดือนกุมภาพันธ์หรือต้นเดือนมีนาคมของทุกปี พระบรมธาตุแช่แห้งปูชนียสถานที่สำคัญของเมืองน่านมีอายุกว่า 600 ปี ตามพงศาวดาเมืองน่านกล่าวว่าพญาการเมืองโปรดเกล้าให้ สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้มาจากเมืองสุโขทัยระหว่างปี พ.ศ.1891-1901 สถาปัตยกรรมด้านโบสถ์ของวัดพระธาตุแช่แห้ง ที่สำคัญและแสดงให้เห็นถึงแบบอย่างสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมสกุลช่างน่าน พระบรมธาตุแช่แห้งเป็นศิลปะการก่อสร้างที่มีความวิจิตรงดงามอีกแห่งหนึ่งของภาคเหนือ ที่เป็นศิลปะการก่อสร้างที่ได้รับอิทธิพลการก่อสร้างมาจากเจดีย์พระธาตุหริภุณไชย ลักษณะโดยรอบๆขององค์พระธาตุ คือจะมีการบุรอบองค์ด้วยทองจังโก ในส่วนของทางเดินขึ้นสู่งองค์พระธาตุจะเป็นตัวพญานาค หน้าบันไดเหนือประตูทางเข้าจะมีลักษณะของการปั้นเป็นลายนาคเกี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของช่างฝีมือที่เป็นศิลปะของจังหวัดน่านโดยแท้จริง ชาวเมืองล้านนามีความเชื่อกันว่า การได้เดินทางไปสักการบูชากราบไหว้นมัสการองค์พระธาตุแซ่แห้ง หรือชาวล้านนาจะเรียกกันว่า การชูธาตุ จะได้รับอานิสงค์อย่างแรงกล้า ทำให้ชีวิตอยู่ดี มีสุข ปราศจากโรคภัยต่างๆ มาเบียดเบียน หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า…

อ่านต่อ

Temple, Travel

วัดพระธาตุเขาน้อย

วัดพระธาตุเขาน้อย

วัดพระธาตุเขาน้อย ตำบลดู่ใต้ อำเภอเมืองน่าน จังหวัดน่าน เป็นวัดราษฎร์ องค์พระธาตุตั้งอยู่บนยอดดอยเขาน้อย ซึ่งอยู่ด้านตะวันตกของตัวเมืองน่าน สร้างในสมัยเจ้าปู่แข็ง เมื่อปี พ.ศ. 2030 องค์พระธาตุเป็นเจดีย์ก่อ อิฐถือปูนทั้งองค์ เป็นศิลปะพม่าผสมล้านนา ภายในบรรจุพระเกศาธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ ในสมัยพระเจ้าสุริยพงศ์ผริตเดชฯ ระหว่างปี พ.ศ. 2449-2454 โดยช่างชาวพม่า และวิหารสร้างในสมัยนี้เช่นกัน วัดพระธาตุเขาน้อยเป็นปูชนียสถานที่สำคัญและเก่าแก่อีกแห่งหนึ่งของ จ.น่าน สันนิษฐานว่ามีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพระธาตุแช่แห้ง ตั้งอยู่บนดอยเขาน้อย สูงจากระดับน้ำทะเล ประมาณ 240 ม. หน้าวัดมีทางขึ้นเป็นบันไดนาค 303 ขั้น จากวัดพระธาตุเขาน้อย สามารถมองเห็นทิวทัศน์โดยรอบของตัวเมืองน่าน ปัจจุบันบริเวณลานชมทิวทัศน์ ประดิษฐานพระพุทธมหาอุดมมงคลนันทบุรีศรีน่าน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปปางประทานพร บนฐานดอกบัวสูง 9 เมตร บนยอดพระเกศาทำจากทองคำหนัก 27 บาท สร้างขึ้นเนื่องในมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ฯ ทรงเจริญ พระชนมพรรษา 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542 กรมศิลปากรได้ทำการสำรวจและขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานเมื่อปีพ.ศ.2523 ด้วยความเป็นวัดที่อยู่บนเขาสูงจึง เป็นจุดชมทิวทัศน์ ที่สวยงาม ถีอเป็นจุดเดียวที่เห็นเมืองน่านจากมุมสูง เราจะเห็นขุนเขาน้อยใหญ่…

อ่านต่อ

Waterfall

วังศิลาแลง

วังศิลาแลง

วังศิลาแลง ได้รับการขนานนามให้เป็น “แกรนด์แคนยอนเมืองปัว ถือว่าเป็นเเหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติอีกเเห่งที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก โดยตั้งอยู่ในอำเภอปัว อำเภอเล็กๆ ในจังหวัดน่านที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก เเละมีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียวที่หลงเสน่ห์ความสวยงามของอำเภอเล็กๆ เเห่งนี้ ทั้งในเรื่องของธรรมชาติที่เเสนจะงดงาม เเละเรื่องราวของอาคารสถาปัตยกรรมเก่าเเก่ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เเละสวยสดงดงามเป็นอย่างมาก วังศิลาแลง อยู่ห่างจากเทศบาลศิลาแลง ประมาณ 3 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นธารน้ำไหลผ่านซอกหินผาที่มีลำน้ำกูนไหลผ่านและกัดเซาะจนเป็นร่องรอยตามการหมุนวนของน้ำ ประกอบด้วยวังน้ำและโตรกผาเป็นช่วงๆ โดยมีวังน้ำประมาณ 7 วัง รวมระยะทางมากกว่า 400 เมตร ในช่วงฤดูแล้งจะมองเห็นความสวยงามของวังน้ำและโตรกผาได้อย่างชัดเจนและสามารถเล่นน้ำได้สำหรับการเดินทางไปชมความสวยงามของวังศิลาแลงนั้น สามารถเดินทางมาเยือนโดยรถยนต์ส่วนตัว โดยเริ่มเดินทางจากตัวอำเภอปัวขับรถไปตามเส้นทางปัว-น้ำตกศิลาเพชรอีก 6.7 กิโลเมตร จะถึงฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ จากฟาร์มเห็ดหัวน้ำ เดินเท้าต่ออีก ซักประมาณ 15 นาที ก็จะถึงวังศิลาแลง เมื่อเดินทางมาถึง วังศิลาแลง ทางขึ้นค่อนข้างซับซ้อนเป็นอย่างมาก เเต่เราก็สามารถเดินเข้ามาชมได้ เเต่หากจะเดินลึกเข้าไปอาจจะไม่ปลอดภัยนัก ควรชมอยู่ตรงจุดที่เขาเเนะนำไว้ให้จะปลอดภัยที่สุด ที่นี่นับว่าเป็นอีกจุดที่มีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจมาเที่ยวชมเป็นอย่างมากเลยทีเดียว เเละเป็นอีกจุดที่ใครมาเที่ยวปัวเเล้วไม่ควรพลาดมาชมความงดงามของที่นี่ซักครั้ง รับรองได้เลยว่าคุณจะต้องประทับใจอย่างแน่นอน แผนที่ วังศิลาแลง ที่อยู่: Sila Laeng, Pua District, Nan Province 57.9 กิโลเมตร จากสนามบินจังหวัดน่าน 61.4 กิโลเมตร จากสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดน่าน…

อ่านต่อ

Mountain, Waterfall

อุทยานแห่งชาติแม่จริม

อุทยานแห่งชาติแม่จริม

เรื่องราวเริ่มต้นในปี 1994 โดยประมาณ นายวิทยาหงษ์เวียงจันทร์หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยภูกาได้ส่งเอกสารถึงกรมอุทยานแห่งชาติ ว่ามีป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์อยู่ระหว่างอุทยานแห่งชาติดอยภูกา และอุทยานแห่งชาติศรีน่าน เขาบอกว่าป่าไม้มีค่าพอที่จะเปลี่ยนเป็นอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติพิจารณาเอกสารของเขาแล้วเห็นด้วย จากนั้นกรมฯ ได้เริ่มส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจพื้นที่ พวกเขาพบต้นไม้สวยงามและสัตว์ป่ามากมายและพวกเขามั่นใจว่าควรจะมีอุทยานแห่งชาติแห่งใหม่ที่นั่น หลังจากรายงานต่อคณะกรรมการและการพิจารณาที่จำเป็นทั้งหมดจากหน่วยงานของรัฐแล้วในที่สุด อุทยานแห่งชาติแม่จริมก็ปรากฏตัวขึ้น ลักษณะทางภูมิศาสตร์ของอุทยานแห่งชาติประกอบด้วยภูเขาสูงทอดตัวจากทิศเหนือไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้และเทือกเขาหลวงพระบางทอดตัวจากทิศเหนือไปทิศใต้ (และใช้เป็นเขตแดนระหว่างไทย – ลาว) ความสูงของภูเขาลดลงไปทางทิศตะวันตก ดอยขุนลานตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานแห่งชาติเป็นยอดดอยที่สูงที่สุด (1,652 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง) โดยมีแม่น้ำว้าไหลจากเทือกเขาหลวงพระบางผ่านทางทิศตะวันตกของพื้นที่ประมาณ 7.5 กิโลเมตร พื้นที่ทั้งหมดมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ มีทั้งป่าดิบชื้นป่าดิบเขาป่าดิบเขาป่าสนป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง สำหรับสัตว์ก็มีเช่นเสือหมีและนกยูง ภูมิประเทศส่วนใหญ่ประกอบด้วยภูเขาสูงตั้งแต่ 300-1,652 เมตรสูงจากระดับน้ำทะเล ที่สูงที่สุดคือดอยขุนลานอยู่ทางทิศตะวันออกของอุทยานแห่งชาติ ที่สั้นกว่าแห่งแรกคือดอยด่านดินสูงประมาณ 1,558 เมตร ส่วนที่สั้นรองลงมาคือดอยขุนน้ำพูนสูงประมาณ 1,530 เมตร ส่วนที่สั้นกว่าอันดับ 3 คือดอยขุนคูนสูงประมาณ 1,307 เมตร สำหรับสภาพอากาศมีทั้งฤดูร้อนฤดูฝนและฤดูหนาว ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่เดือนมิถุนายน – ตุลาคม ฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ อย่าลืมวางแผนสำหรับวันหยุดของคุณอย่างสมบูรณ์แบบและเลือกฤดูกาลท่องเที่ยวให้เหมาะสมเพื่อไม่ให้การเดินทางของคุณพังพินาศ เมื่อคุณไปถึงที่นั่นกิจกรรมที่คุณไม่ควรพลาดคือ “พายเรือยางในน้ำหว้า” เป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่นักท่องเที่ยวที่ไปที่นั่น เส้นทางพายเรือทั้งหมดประมาณ 19.2 กิโลเมตร ตอนนี้เป็นทางยาว อย่าลืมจัดการธุระส่วนตัวทั้งหมดของคุณเช่นเข้าห้องน้ำก่อนเริ่มการเดินทางทางเรือ จุดเริ่มต้นคือบ้านน้ำพูลในอำเภอแม่จริม จุดสิ้นสุดคือบ้านแฮดไร่ในอำเภอเวียงสระ บรรยากาศจะน่าพักผ่อน…

อ่านต่อ

Mountain

ดอยเสมอดาว

ดอยเสมอดาว

จังหวัดน่าน นอกจากจะโด่งดังในเรื่องของผู้คนยังคงมีวิถีชีวิตแบบโบราณ ที่มีสภาพบ้านเมืองสวยเหมือนหลวงพระบางเมื่อ 10 ปีก่อน จังหวัดแห่งนี้ยังมียอดดอยสวยที่นั่นก็คือ ดอยเสมอดาว ดอยเสมอดาว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวกางเต็นท์พักแรมยอดฮิตอีกแห่งหนึ่ง ในอุทยานแห่งชาติศรีน่าน อำเภอนาน้อย จังหวัดน่าน เนื่องจากเป็นบริเวณจุดชมวิวอีกที่มีพื้นที่เป็นลานกว้างตามสันเขา เหมาะสำหรับการพักผ่อน นอนดูดาวยามอาทิตย์อัสดง และชมทะเลหมอกพร้อมตะวันโด่งในยามเช้า อุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีสภาพเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน วางตัวในแนวทิศเหนือ-ใต้ เป็นป่าต้นน้ำลำธาร ที่สำคัญของแม่น้ำน่าน ซึ่งเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญของคนในจังหวัด มีพันธุ์ไม้ที่สำคัญหลายอย่าง และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า มีจุดเด่นทางธรรมชาติ ที่มีทิวทัศน์ที่สวยงาม ซึ่งทำให้อุทยานแห่งนี้มีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลายแห่ง เช่น เสาดินและคอกเสือ ปากนาย แก่งหลวง จุดชมทิวทัศน์ดอยผาชู้ ทิวทัศน์ทั้งสองฝั่งแม่น้ำน่าน จุดชมวิว ดอยเสมอดาว และ ผาหัวสิงห์ ในเรื่องของการเดินทางมายังอุทยานแห่งชาติศรีน่าน เพื่อขึ้นมานอนนับดาวและแหวกว่ายทะเลหมอกก็ไม่ยากลำบาก หากขับรถยนต์ส่วนตัวมาเอง ให้วิ่งตามทางหลวงหมายเลข 1083 สายนาน้อย-ปางไฮ ระหว่างทางมีจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเทือกเขาที่อยู่ในเขตอุทยาน และแม่น้ำน่านที่ไหล คดเคี้ยว ได้อย่างชัดเจน แม่น้ำน่านจะไหลผ่านอุทยาน ไปจนถึงอำเภอปากนาย และป่าที่นี่ส่วนหนึ่งเป็นป่าเบญจพรรณ ในเดือนกุมภาพันธ์จะเห็นป่าเปลี่ยนสีสวยงามมาก ส่วนผู้ที่ใช้บริการรถประจำทางให้ใช้รถสายกรุงเทพฯ-น่าน ลงที่อำเภอเวียงสา แล้วต่อรถประจำทาง สายเวียงสา-นาน้อย-นาหมื่น ลงที่สามแยก บ้านใหม่ จากนั้นจึงเหมารถสองแถวเข้าอุทยาน อากาศบนดอยช่วงเวลาประมาณ 4 โมงเย็น ค่อนข้างร้อนจัดจนเหงื่อไหลไคลย้อย แต่ทันทีที่ท้องฟ้าเปลี่ยนสี อมส้มส้ม และเหลืองทองจางๆ อุณหภูมิรอบตัวก็กลับลดลงอย่างรวดเร็ว…

อ่านต่อ

Waterfall

น้ำตกสะปัน

น้ำตกสะปัน

น้ำตกสะปัน เป็นน้ำตกที่อยู่ในการดูแลของอุทยานแห่งชาติขุนน่าน ตั้งอยู่ที่อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ตัวน้ำตกสะปันเป็นน้ำตกขนาดกลางที่มีน้ำไหลตกตลอดทั้งปี มีอยู่ด้วยกัน 3 ชั้นใหญ่ๆ แต่ละชั้นมีความสูงไม่มาก  ประมาณ 3-6 เมตร  ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติของจังหวัดน่าน สภาพป่าไม้บริเวณน้ำตก มีความร่มรื่นร่มเย็น สมบูรณ์สวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถมาชมน้ำตกโดยจอดรถบริเวณทางขึ้น จากนั้นจะต้องเดินขึ้นใช้เวลาประมาณ 20 นาทีถึงจะถึงน้ำตกชั้นสุดท้าย ซึ่งเป็นชั้นที่น้ำตกจะไหลลงมาด้วยกันสองสาย ก้อนหินบริเวณน้ำตกเต็มไปด้วยมอสและตะไคร่น้ำ แผนที่ น้ำตกสะปัน ที่อยู่: Baan Sapan, Dong Phaya Sub-district, Bo Kluea District, Nan Province 55220 93.6 กิโลเมตร จากสนามบินจังหวัดน่าน 97 กิโลเมตร จากสถานีขนส่งผู้โดยสารจังหวัดน่าน 95.6 กิโลเมตร จากตัวจังหวัดน่าน 37.5 กิโลเมตร จากอำเภอปัว  25.9 กิโลเมตร จากอำเภอบ่อเกลือ 67.1 กิโลเมตร จากอำเภอสันติสุข 166 กิโลเมตร จากอำเภอนาน้อย 187 กิโลเมตร จากอำเภอนาหมื่น…

อ่านต่อ

Mountain

เสาดินนาน้อยและคอกเสือ

เสาดินนาน้อย

เสาดินนาน้อยและคอกเสือ ตั้งอยู่ที่ตำบลเชียงของ ทางด้านทิศตะวันตกของอุทยานแห่งชาติศรีน่าน มีระยะทางห่างจากที่ทำการอุทยานแห่งชาติ ประมาณ 24 กิโลเมตร ทั้งสองแห่งตั้งอยู่ไม่ไกลกัน เป็นปรากฎการณ์ธรรมชาติที่สวยงามที่เกิดจากการทับถมของดินและน้ำกัดเซาะจนกลายเป็นริ้วลายที่แปลกตา เสาดินนาน้อยมีลักษณะเป็นหุบผาและแท่งดินผสมหินลูกรังสีแดงปนส้ม รูปทรงต่างกันไป บ้างเป็นแท่งแหลม บ้างเป็นแท่งมนกลม  ขึ้นอยู่กับจินตนาการจะจินตนาการของผู้มอง กระจายอยู่ในพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ มีลักษณะคล้ายกับแพะเมืองผีที่ จ. แพร่ โดยมีป่าเต็งรังขึ้นอยู่กระจัดกระจายโดยรอบ สันนิษฐานว่าเสาดินนาน้อยมีอายุประมาณ 30,000-10,000 ปีและเคยเป็นก้นทะเลมาก่อน นอกจากนี้ยังค้นพบกำไลหินและขวานโบราณที่นี่ (ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติน่าน) ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริเวณนี้อาจเคยเป็นแหล่งอาศัยของมนุษย์ยุคหินเก่า จากเสาดินนาน้อยประมาณ 300 ม. จะพบกับคอกเสือ ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งลึกจากเนินดินด้านบนประมาณ10 เมตร มีทางลงไปชมปฎิมากรรมดินที่อยู่ด้านล่าง  เมื่อลงไปจะพบว่าบริเวณรอบ ๆ มีลักษณะเป็นหุบผาเป็นฉากม่านขนาดใหญ่มีริ้วลายเป็นร่องยาว รวมถึงมีแท่งดินรูปร่างต่างๆ กระจัดกระจายอยู่ภายในเหมือนกับที่เสาดินนาน้อย ในสมัยก่อนชาวบ้านเล่าว่า บริเวณนี้มีเสืออาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก และจะมาขโมยเอาวัว ควาย และหมูของชาวบ้านที่เลี้ยงไว้กินเป็นอาหาร ชาวบ้านจึงรวมกำลังไล่ต้อนเสือให้ตกลงไปในบ่อดินดังกล่าว แล้วใช้ก้อนหินและไม้แหลมขว้างและทิ่มแทงเสือจนตาย เขาจึงเรียกบริเวณนี้ว่า “คอกเสือ”แม้ว่าจะมีพื้นที่น้อยกว่าประมาณ 10 ไร่ แต่ก็มีความงดงามเฉพาะตัว แตกต่างไปจากที่เสาดินนาน้อย จึงไม่ควรพลาดชมทั้งสองแห่ง แผนที่ เสาดินนาน้อย ที่อยู่: Chiang Khong, Na Noi District,…

อ่านต่อ

Temple

วัดมิ่งเมือง

วัดมิ่งเมือง

วัดมิ่งเมือง ตั้งอยู่ที่ถนนสุริยพงศ์ เป็น เป็นที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองของจังหวัดน่าน ประวัติของวัดมิ่งเมือง คือ เดิมเป็นวัดร้าง มีเสาหลักเมืองที่เป็นท่อนซุงขนาดใหญ่สองคนโอบที่ถูกค้นพบบริเวณซากวิหาร ในปี พ.ศ. 2407 เจ้าอนันตวรฤทธิเดช เจ้าครองนครน่านสถาปนาวัด ใหม่ ตั้งชื่อว่า วัดมิ่งเมือง ตามชื่อที่เรียกเสาหลักเมืองว่า เสามิ่งเมือง ต่อมาปี 2527 ได้มีการรื้อถอนและสร้างอุโบสถหลังใหม่เป็น แบบล้านนาร่วมสมัยแบบในปัจจุบัน หลังจากนั้น พ.ศ. 2527 พระครูสิริธรรมภาณี (เสน่ห์ ฐานสิริ) เจ้าอาวาสวัดมิ่งเมืองร่วมกับชาวบ้านคุ้มวัดมิ่งเมือง ได้ทำการรื้อถอนและสร้างอุโบสถหลังใหม่ เนื่องจากทรุดโทรมมาก ภายในอุโบสถมีการวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังโดย คุณสุรเดช กาละเสน (จิตรกรพรสวรรค์ในท้องถิ่นจังหวัดน่าน) โดยวาดภาพแบบอนุรักษ์นิยม เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นมาของเมืองน่านตั้งแต่ยุคพญาภูคา ผู้ครองเมืองน่านคนแรก จนถึงรัชสมัยของ ท้าวมหาพรหมสุรธาดา ผู้ครองเมืองน่านคนสุดท้าย วัดมิ่งเมืองยังเป็นที่ตั้งของเสาหลักเมืองน่าน คนน่านในสมัยโบราณเรียกว่า “เสามิ่งเมือง” หรือ “เสาหมิง” โดยสมเด็จอัตถวรปัญโญ เป็นเจ้าผู้ครองนครน่านองค์ที่ 57 โปรดให้ฝังเสาประหลักเมืองน่านที่วัดมิ่งเมือง เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2331 หลังจากที่พระองค์ได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ 1 ณ กรุงเทพฯ และร่วมพระราชทานพิธีฝังเสาพระหลักเมือง กรุงเทพมหานคร…

อ่านต่อ